ว่าด้วยเรื่องของเพลง จำปาลืมต้น - สายัณห์ สัญญา
เพลงลูกทุ่งยุคเก่ามีคุณสมบัติพิเศษอยู่อย่างหนึ่ง
คนร้องจนปากจำ
ตาไม่ต้องอ่าน
หัวใจทำงานล่วงเวลา โดยไม่ผ่านฝ่ายแปลความหมาย
จนวันหนึ่งผมก็ตั้งใจฟัง
แล้วปฏิทินในเพลงก็ล้มลงกลางท่อน
เพลงของสายัณห์ สัญญา ครูชลธี ธารทองแต่งให้หนุ่มนาครวญถึงสาวที่ทิ้งบ้านไปบางกอก
อยากเป็นสะใภ้นายพัน ก็ไม่บอกสักคำ
ซึ่งเรื่องนี้เข้าใจได้
คนหนีความจน ไม่ค่อยจัดงานแถลงข่าว
จนถึงท่อนที่ปากคนทั้งประเทศร้องตามได้
"เดือนห้าผ่านไป นี่มันก็ใกล้เดือนหก
อีกไม่ช้าฝนคงจะตก รดพื้นผืนนาข้าวกล้าชุ่มช่ำ"
ตั้งใจฟังครั้งแรก เพลงยังเพราะ
ตั้งใจฟังครั้งที่สอง สมองขอเปิดบัญชี
เดือนห้าผ่านไป แปลว่าเดือนห้าจบแล้ว
ใกล้เดือนหก แปลว่าเดือนหกยังมาไม่ถึง
ผู้ร้องจึงกำลังยืนอยู่ที่ไหน
ในร่องระหว่างพฤษภาคมกับมิถุนายน
ที่ปฏิทินไม่ยอมพิมพ์
แต่เพลงยอมให้เช่าได้ทั้งท่อน
ถ้าเดือนห้าผ่านจริง เขาควรอยู่ในเดือนหกแล้ว
ถ้ายังใกล้เดือนหก เขาควรยังอยู่ในเดือนห้า
สองประโยคนี้สุภาพต่อกันบนทำนอง
และทะเลาะกันบนกระดาษ
ตลกร้ายคือ พอเปิดเนื้อเพลงหลายสำนัก ปฏิทินยิ่งไม่นิ่ง
บางฉบับร้องว่าใกล้เดือนหก
บางฉบับเขียนว่าไกลเดือนหก
บางฉบับเดือนสี่ผ่านไป แล้วก็ยังใกล้เดือนหก
เดือนห้าหายไปจากประโยค
เหมือนจำปาหายไปจากต้น
อย่างน้อยก็สอดคล้องกับชื่อเพลง
คนฟังทั่วไปไม่เคยเรียกประชุมเรื่องนี้
เพราะเพลงไม่ได้มาให้ผ่านบัญชี
มันมาให้ครวญ
ครวญไม่ต้องการเดือนก่อนหน้าและเดือนถัดไปครบชุด
ต้องการแค่หน้าแล้ง ลมแรง ช่อมะม่วง และคนที่ไปแล้ว
นาต้องการฝนเดือนหก
ใจต้องการคนที่ชื่อจำปา
สองความต้องการนี้ไม่ได้ใช้ปฏิทินใบเดียวกัน
เลยอยู่วงเดียวกันได้โดยไม่ต้องตรง
นี่คือเหตุผลที่ท่อนนั้นขำเมื่อจับวาง
และยังงามเมื่อเปิดลำโพง
ครูเพลงไม่ได้ทำบัญชีรายเดือนให้กรมอุตุฯ
เขาปักหมุดไว้ที่ความแห้ง
แล้วเลื่อนกล้องไปที่ความหวังว่าอีกไม่ช้าฝนจะมา
ส่วนตัวผู้ร้องจะยืนอยู่ต้นเดือน ปลายเดือน หรือนอกปฏิทิน
ไม่สำคัญเท่าการที่นาเริ่มรอ และคนยังไม่กลับ
เพลงลูกทุ่งยุคนั้นมีท่อนแบบนี้อีกหลายเพลง
ไม่ใช่เพราะแต่งผิด
เพราะปากคนร้องกับหูคนฟังตกลงกันนานแล้วว่า
สัมผัสก่อน ตรรกะค่อยตามมาเป็นขบวนท้าย
บางขบวนมาไม่ทัน ก็ไม่เป็นไร
ถือว่าได้บรรยากาศ
วานนี้รักวันนี้ลืม เป็นชื่อที่ปฏิทินย่อเหลือสองวัน
ไม่ต้องถามว่าเมื่อคืนกี่โมงความรักหมดอายุ
ลาก่อนความโกหก ก็เช่นกัน
คนร้องลาก่อนสิ่งที่ตัวเองเพิ่งใช้ไปทั้งเพลง
แล้วคนฟังก็ยังเชื่อท่อนต่อไปได้ดี
จำปาลืมต้น จึงไม่ได้ลืมแค่ต้น
มันลืมตำแหน่งบนปฏิทินอย่างสุภาพ
แล้วได้เป็นอมตะ
ผมลองเปิดฟังอีกครั้ง โดยตั้งใจจะจับผู้ร้องให้ได้ว่าอยู่เดือนไหน
ท่อนนั้นมาถึง
ปากผมร้องตามอัตโนมัติ
สมองยกมือลาออกกลางคัน
ฝนยังไม่ตก
จำปายังไม่กลับ
และคนทั้งประเทศยังฮัมถูก
โดยไม่ต้องรู้ว่าตัวเอกยืนอยู่ตรงไหนของปี
ซึ่งถ้าคิดให้สุด
ก็สมเหตุสมผล
คนถูกลืมต้นอยู่แล้ว
ยังจะให้เขาระลึกเดือนอีก
จะดูเป็นการขอมากไปหน่อย
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น