น้ำท่วมบ้านยังพอมีวันลด แต่ถ้าความรับผิดชอบท่วมระบบเสียเอง ประชาชนก็อาจต้องจมอยู่กับปัญหาเดิม แม้น้ำจะแห้งไปนานแล้วก็ตาม

เคยได้ยินคนเฒ่าคนแก่พูดว่า น้ำขึ้นให้รีบตัก

แต่ไม่ยักเคยได้ยินใครสอนว่า ถ้าน้ำท่วมแล้วมีสารเคมีปนเปื้อนลงคลอง ควรรีบตักไปตรวจที่หน่วยงานไหนก่อนดี

บ้านเรานี่แปลกอย่างหนึ่งครับ เวลาน้ำมา เรามักพูดถึงการระบายน้ำ เวลาน้ำลด เราพูดถึงการฟื้นฟู แต่ถ้าน้ำที่ไหลผ่านบ้านเราเอาของแปลกปลอมติดมาด้วย เรากลับต้องเริ่มต้นด้วยคำถามใหม่ว่า แล้วของที่ติดมากับน้ำนั้นเป็นของใคร

น้ำท่วมครั้งก่อน ชาวบ้านบางคนเสียบ้าน เสียรถ เสียข้าวของ บางคนเสียผลผลิตทางการเกษตร บางคนต้องล้างโคลนออกจากบ้านจนแทบจำไม่ได้ว่าพื้นเดิมสีอะไร

พอน้ำลด ทุกคนก็เริ่มต้นชีวิตกันใหม่

แต่แล้วก็มีข่าวคราบสีรุ้งคล้ายน้ำมันบนผิวน้ำในพื้นที่ปราจีนบุรี ตามมาด้วยข้อกังวลเรื่องสารปนเปื้อนจากกากอุตสาหกรรมที่อาจไหลเข้าสู่คลองและพื้นที่เกษตรกรรม

คราวนี้ชาวบ้านจึงไม่ได้ถามเพียงว่า น้ำจะลดเมื่อไร

แต่ต้องถามเพิ่มว่า น้ำที่เหลืออยู่จะใช้ได้หรือเปล่า

ข้าวที่ปลูกจะขายได้ไหม

ปลาที่เคยจับมากินจะยังปลอดภัยหรือไม่

และถ้าความเสียหายเกิดขึ้นจริง ใครจะรับผิดชอบ

ชีวิตคนเราบางทีก็มีเรื่องให้ลุ้นมากเกินความจำเป็น ลุ้นราคาปุ๋ย ลุ้นราคาข้าว ลุ้นฝนฟ้า แล้วยังต้องมาลุ้นอีกว่าน้ำที่ไหลผ่านนาจะพาอะไรติดมาด้วย

โลกของเราก็เป็นอย่างนี้

เกษตรกรบางคนอาจอยากได้หวยรางวัลที่หนึ่งสักครั้งในชีวิต แต่คงไม่มีใครอยากถูกรางวัลใหญ่เป็นสารเคมีปนเปื้อนในแหล่งน้ำทำกิน

เพราะรางวัลประเภทนี้ไม่มีใครอยากรับ และที่สำคัญคือไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำว่าต้องเอาไปขึ้นเงินที่ไหน

.


ภาพประกอบจาก mgronline


เรื่องนี้ทำให้ผมนึกถึงโรงงานแห่งหนึ่งในจินตนาการ

โรงงานแห่งนี้มีรั้ว มีป้าย มีสำนักงาน มีผู้จัดการ มีแผนกบัญชี และมีเอกสารเกี่ยวกับการดำเนินกิจการเป็นตั้ง ๆ

ก่อนประกอบกิจการก็มีขั้นตอนขออนุญาต ระหว่างประกอบกิจการก็มีขั้นตอนควบคุมดูแล ส่วนเวลามีปัญหาก็มีขั้นตอนตรวจสอบ

ฟังดูเป็นระบบดีทุกอย่าง

จนกระทั่งวันหนึ่งฝนตกหนัก น้ำเอ่อเข้าท่วมพื้นที่เก็บกากของเสีย แล้วมีคราบผิดปกติไหลออกไปตามทางน้ำ

ทันใดนั้น สิ่งที่เคยอยู่ในรั้วของโรงงานก็กลายเป็นเรื่องของคนทั้งชุมชน

น้ำไหลผ่านบ้านใคร บ้านนั้นต้องระวัง

ไหลผ่านนาใคร คนนั้นต้องสงสัย

ไหลเข้าคลองไหน คนที่ใช้น้ำจากคลองนั้นก็ต้องหยุดคิดก่อนใช้ชีวิตตามปกติ

ส่วนคนที่ต้องตอบคำถามว่าระบบป้องกันทำงานหรือไม่ การกำกับดูแลเพียงพอหรือเปล่า และเหตุใดของเสียจึงออกมาได้ กลับต้องใช้เวลาในการตรวจสอบข้อเท็จจริงกันต่อไป

ผมไม่ได้คิดว่าทุกโรงงานเป็นผู้ร้าย และไม่ได้คิดว่าเหตุผิดปกติทุกครั้งเกิดจากการจงใจทำผิด บางเหตุการณ์อาจเกิดจากภัยธรรมชาติที่รุนแรงเกินคาด บางกรณีอาจเป็นความบกพร่องของระบบ และบางกรณีก็ต้องอาศัยหลักฐานเพื่อพิสูจน์ว่าใครมีส่วนรับผิดชอบ

แต่สิ่งหนึ่งที่สังคมควรตั้งคำถามก็คือ หากธุรกิจบางประเภทมีความเสี่ยงต่อสิ่งแวดล้อมสูง เหตุใดการป้องกันความเสี่ยงจึงไม่เข้มแข็งเพียงพอตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ?

ทำไมเราจึงมักเห็นความสำคัญของระบบป้องกันหลังจากมีคนได้รับความเดือดร้อนแล้ว

หรือระบบของเราถูกออกแบบมาให้ทำงานดีที่สุดในวันที่ทุกอย่างปกติ แต่ต้องใช้เวลานานเป็นพิเศษในวันที่ประชาชนต้องการคำตอบมากที่สุด

.

ผมชอบความคิดเรื่องความรับผิดชอบอยู่ข้อหนึ่ง

คนเรามักอยากได้รับประโยชน์จากสิ่งที่ตัวเองทำได้ แต่เมื่อเกิดผลเสียขึ้นมา กลับมีแนวโน้มที่จะอยากแบ่งความรับผิดชอบออกไปให้คนอื่นบ้าง

ธุรกิจย่อมต้องการผลตอบแทนจากการลงทุน

ประชาชนก็ควรได้รับประโยชน์จากการมีโรงงานอยู่ในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นการจ้างงาน รายได้ หรือการพัฒนาทางเศรษฐกิจ

แต่เมื่อมีของเสียหลุดออกจากกระบวนการผลิต คนที่อยู่ปลายน้ำไม่ได้รับกำไรจากกิจการนั้นตามสัดส่วนที่โรงงานได้รับ

พวกเขากลับอาจต้องรับความเสี่ยงจากน้ำที่ปนเปื้อน พืชผลที่เสียหาย และความไม่แน่นอนว่าจะประกอบอาชีพต่อไปได้หรือไม่

นี่คือความไม่สมดุลที่น่าคิด

ผลประโยชน์อาจถูกนับเป็นตัวเลขในบัญชีของบริษัท ขณะที่ต้นทุนทางสิ่งแวดล้อมกลับกระจายอยู่ตามคลอง ท้องนา และบ้านเรือนของชาวบ้าน

แน่นอนว่า ใครเป็นผู้ก่อเหตุและต้องรับผิดชอบมากน้อยเพียงใด ต้องพิสูจน์ด้วยข้อเท็จจริงและกระบวนการทางกฎหมาย

แต่การพิสูจน์ความรับผิดของแต่ละฝ่าย ไม่ควรกลายเป็นข้ออ้างให้การช่วยเหลือประชาชนต้องหยุดรอไปด้วย

คนที่กำลังเดือดร้อนไม่ได้มีชีวิตสำรองเอาไว้ใช้ระหว่างรอผลสอบสวน

ชาวนาไม่อาจเลื่อนฤดูกาลเพาะปลูกตามกำหนดส่งรายงาน

และเจ้าของร้านเล็ก ๆ ก็ไม่อาจบอกเจ้าของบ้านเช่าว่า ขอพักค่าเช่าไว้ก่อน เพราะคณะทำงานกำลังพิจารณาว่าใครควรรับผิดชอบ

ชีวิตจริงไม่มีปุ่มพักชั่วคราวเหมือนวิดีโอ

มีแต่ค่าใช้จ่ายที่เดินหน้าต่อไปตามปกติ ทั้งที่รายได้อาจหยุดลงแล้ว

.

อีกเรื่องที่ผมคิดว่าน่ากลัว คือการที่เราคุ้นเคยกับความเสียหายจนเกินไป

เมื่อมีข่าวน้ำท่วม เรารู้สึกสงสารผู้ประสบภัย

เมื่อมีข่าวน้ำเสีย เรารู้สึกห่วงสิ่งแวดล้อม

เมื่อมีข่าวโรงงานถูกตรวจสอบ เราก็รอติดตามผล

แต่เมื่อเวลาผ่านไป ข่าวใหม่เข้ามาแทนข่าวเก่า ความสนใจของสังคมก็เคลื่อนตามไป เหตุการณ์เดิมค่อย ๆ ถูกกลบด้วยเรื่องใหม่

ขณะที่ชาวบ้านยังต้องอยู่กับคลองสายเดิม

นาที่เดิม

บ้านหลังเดิม

และคำถามเดิมที่ยังต้องการคำตอบ

ในโลกข่าวสาร การเปลี่ยนประเด็นทำได้ง่ายกว่าการเปลี่ยนคุณภาพน้ำมากนัก

นักข่าวเปลี่ยนพาดหัวได้

นักการเมืองเปลี่ยนคำแถลงได้

ผู้บริหารเปลี่ยนแผนงานได้

แต่ชาวบ้านไม่อาจเปลี่ยนคลองหน้าบ้านให้กลายเป็นแหล่งน้ำใหม่ได้ในวันเดียว

เรื่องนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงปัญหาสิ่งแวดล้อม แต่เป็นปัญหาของความทรงจำและความรับผิดชอบของสังคมด้วย

เราจะติดตามเรื่องนี้นานพอที่จะรู้หรือไม่ว่า พื้นที่ได้รับการฟื้นฟูจริงแล้วหรือยัง

การตรวจสอบหาต้นเหตุไปถึงไหนแล้ว

ผู้ได้รับผลกระทบได้รับความช่วยเหลืออย่างไร

และมาตรการที่ออกมาใหม่จะป้องกันไม่ให้เหตุการณ์แบบเดิมเกิดขึ้นซ้ำได้จริงหรือไม่

เพราะการสั่งปิดโรงงาน การเก็บคราบน้ำมัน หรือการออกคำสั่งแก้ไข เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการจัดการปัญหา

สิ่งที่ต้องติดตามต่อคือผลการสอบสวน การฟื้นฟู และการป้องกันไม่ให้ความเสียหายเกิดขึ้นอีก

ไม่ใช่เพียงทำให้ข่าวเงียบลง แล้วหวังว่าความทรงจำของประชาชนจะช่วยกำจัดสารปนเปื้อนที่เหลืออยู่ให้เอง

.

ผมเคยได้ยินคนพูดว่า การพัฒนาอุตสาหกรรมเป็นสิ่งจำเป็น ประเทศต้องสร้างงาน สร้างรายได้ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

ผมก็เห็นด้วย

แต่ผมก็อยากถามต่อว่า ถ้าเราได้โรงงานเพิ่มขึ้น แต่ชาวบ้านต้องเสียความมั่นใจในน้ำที่ใช้ทำกิน เราควรนับสิ่งนั้นเป็นความสำเร็จทางเศรษฐกิจอย่างไร?

ตัวเลขการลงทุนอาจเพิ่มขึ้น

รายได้ของกิจการอาจเติบโต

แต่ถ้าประชาชนต้องใช้เงินของตัวเองตรวจสอบว่าผัก ปลา หรือน้ำที่อยู่รอบบ้านปลอดภัยหรือไม่ เราคงต้องกลับมาพิจารณาต้นทุนของการพัฒนาให้ครบกว่านี้

เพราะเศรษฐกิจไม่ได้มีแค่สิ่งที่ขายได้

ยังมีสิ่งที่สูญเสียไปโดยไม่มีใครอยากซื้อด้วย

อากาศสะอาด น้ำสะอาด ดินที่เพาะปลูกได้ และความมั่นใจว่าลูกหลานจะเติบโตโดยไม่ต้องแบกรับปัญหาที่คนรุ่นก่อนปล่อยทิ้งไว้

หากการพัฒนาทำให้เรามีรายได้มากขึ้น แต่ต้องใช้เงินมากขึ้นเพื่อฟื้นฟูสิ่งที่เสียไป เราควรถามด้วยว่า ผลประโยชน์สุทธิที่สังคมได้รับนั้นแท้จริงแล้วเหลืออยู่เท่าไร

และใครเป็นคนจ่ายต้นทุนส่วนที่หายไป

.

ผมคิดว่าเราไม่ควรตัดสินว่าใครผิดก่อนมีหลักฐาน

แต่เราก็ไม่ควรรอให้มีคำตัดสินสุดท้ายเสียก่อน จึงค่อยเริ่มปกป้องคนที่กำลังเดือดร้อน

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเปิดเผยข้อมูลผลตรวจให้ประชาชนเข้าใจได้ ตรวจสอบแหล่งกำเนิดอย่างโปร่งใส ติดตามความรับผิดชอบตามกฎหมาย และทำให้การฟื้นฟูพื้นที่เกิดขึ้นจริง

ผู้ประกอบการก็ต้องรับผิดชอบต่อความปลอดภัยของกระบวนการผลิตและการจัดการของเสียตามหน้าที่ของตน

ส่วนสังคม เราต้องไม่ปล่อยให้เรื่องนี้กลายเป็นเพียงข่าวที่เคยดังอยู่สองสามวัน แล้วจบลงด้วยคำว่า “กำลังดำเนินการตามขั้นตอน”

เพราะคำว่า “กำลังดำเนินการ” เป็นประโยคที่ให้ความหวังได้ดีมาก

โดยเฉพาะเมื่อคนพูดอยู่ในห้องประชุมที่มีน้ำดื่มสะอาดวางอยู่บนโต๊ะครบทุกคน

ขณะที่ชาวบ้านบางคนยังต้องยืนมองคลองของตัวเองด้วยความไม่แน่ใจ

.

ท้ายที่สุด ผมคิดว่าปัญหาน้ำท่วมกับสารปนเปื้อนครั้งนี้กำลังถามคำถามบางอย่างกับเรา

ไม่ใช่เพียงว่าใครทำอะไรลงไป

แต่ยังถามว่า เราสร้างระบบที่ทำให้ความเสี่ยงเหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไร และเราจะทำให้ระบบนั้นรับผิดชอบต่อชีวิตของคนธรรมดามากกว่านี้ได้อย่างไร

เพราะหากเราพบว่ามีจุดบกพร่อง เราก็ควรแก้จุดบกพร่อง

หากพบว่าการกำกับดูแลไม่เพียงพอ ก็ต้องปรับปรุงการกำกับดูแล

หากพบว่ามีผู้กระทำผิด ก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย

และหากมีชาวบ้านที่สูญเสียรายได้หรือได้รับผลกระทบ ก็ต้องมีกระบวนการช่วยเหลือและเยียวยาที่เป็นธรรม

เรื่องเหล่านี้ไม่ใช่การเลือกว่าจะรักษาสิ่งแวดล้อมหรือรักษาเศรษฐกิจ เพราะสังคมที่มีเศรษฐกิจดีแต่แหล่งน้ำเสีย ย่อมต้องจ่ายต้นทุนบางอย่างคืนในภายหลังอยู่ดี

ผมเพียงไม่อยากให้เรารอจนถึงน้ำท่วมครั้งหน้า แล้วค่อยกลับมาถามคำถามเดิม

เพราะถ้าทุกครั้งที่น้ำมา เราต้องเริ่มตามหาความรับผิดชอบใหม่ตั้งแต่ต้น อาจเป็นไปได้ว่าเรากำลังแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ โดยปล่อยให้ต้นเหตุมีชีวิตอยู่อย่างสบายใจเกินไป

และถ้าในที่สุดการสอบสวนพบว่ามีผู้กระทำผิดจริง คนเหล่านั้นก็ควรรับผิดชอบตามกฎหมาย ไม่ใช่ปล่อยให้ผู้เสียหายต้องแบกรับความเสียหายทั้งหมดเพียงเพราะพวกเขาอยู่ใกล้คลองมากกว่าอยู่ใกล้อำนาจ

น้ำท่วมทำให้เราเห็นว่าธรรมชาติไม่เลือกว่าจะท่วมบ้านใคร

แต่ความรับผิดชอบของมนุษย์ไม่ควรปล่อยให้คนที่มีอำนาจน้อยที่สุดต้องรับเคราะห์มากที่สุด

ภัยธรรมชาติอาจเป็นสิ่งที่เราห้ามไม่ได้ แต่ความเสียหายที่เกิดจากการขาดการป้องกัน การกำกับดูแล และความรับผิดชอบ ไม่ควรถูกนับเป็นเรื่องธรรมชาติไปเสียทั้งหมด

และชาวบ้านก็ยังต้องใช้ชีวิตอยู่ริมคลองสายเดิมต่อไป


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

คนอื่นเห็นที่ดินว่างเปล่า แต่เขาเห็นธุรกิจของวันพรุ่งนี้

แล้วแต่