แล้วแต่
ช่วงเที่ยง เพื่อนที่ทำงานมักถามว่ากินอะไรดี
คำตอบออกปากก่อนสมองจะทันคัดค้าน
แล้วแต่
ห้านาทีต่อมา ทุกเมนูที่เขาเสนอไม่ผ่านสักอย่าง
ต้มไม่เอา ผัดไม่เอา ข้าวไม่เอา เส้นก็ดูหนัก
แล้วแต่ จึงกลายเป็นแล้วแต่ที่ตรงกับสิ่งที่ผมยังไม่ยอมพูดออกมา
ร้านก๋วยเตี๋ยวถามว่าน้ำตกหรือน้ำใส
ลูกค้าบอกแล้วแต่
แม่ค้าตัดสินใจแทนด้วยความปรารถนาดี
ลูกค้านั่งกินไปหน้าบึ้ง
แบบคนที่ถูกละเมิดสิทธิ์ในการไม่เลือก
ที่ทำงานก็พูดภาษาเดียวกัน
หัวหน้าถามว่ามีใครเห็นต่างไหม
ห้องเงียบจนได้ยินเครื่องปรับอากาศทำงานหนักกว่าคน
แล้วมีเสียงแผ่วจากมุมหลังว่า แล้วแต่ครับ
คำนี้ในที่ประชุมมีคุณสมบัติเยี่ยม
เห็นด้วยโดยไม่ต้องรับผิดชอบ
ไม่เห็นด้วยโดยไม่ต้องทะเลาะ
และผ่านวาระได้โดยไม่มีใครจำได้ว่าใครเป็นคนชง
ผมเคยคิดว่าคนที่พูดคำนี้คือคนสบาย ๆ
คนไม่ยึดติด คนไปได้ทุกทาง
ต่อมาพบว่าหลายคนใช้คำนี้เพื่อให้โลกเดาใจ
แล้วโทษโลกที่เดาผิด
มีอยู่คืนหนึ่งก่อนนอน ผมเคยทบทวนคำที่พูดวันนี้
แล้วแต่ โผล่มาเจ็ดครั้ง
ผ่านทุกครั้ง
ไม่ชนะสักครั้ง
เลยเข้าใจว่าคำนี้ไม่ได้ทำให้ชีวิตเบา
มันแค่ย้ายน้ำหนักไปให้คนข้าง ๆ
แล้วเราได้นั่งเป็นกรรมการว่าเขาเลือกไม่ดี
พรุ่งนี้จะเลิกใช้ก็ได้
หรือไม่เลิก
ก็แล้วแต่
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น